วัดมหาธาตุวรวิหาร
มนต์เสน่ห์แห่งศิลปะ กลางเมืองเพชรบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร
ยิ่งสูงวัยยิ่งสูงค่า
อ.ทองร่วง เอมโอษฐ บรมครูช่างปั้นแห่งเมืองเพชร VDO
เที่ยวบ้านไร่ของในหลวง ร.9
โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ
ปูนปั้น-ปั้นปูน” เมืองเพชรบุรี
ปูนปั่นช่างฝีมืองานสกุลช่างเมืองเพชร

หมวดหมู่

“ผ้าทอง” เจ้าจอมเอี่ยม ในรัชกาลที่ 5

  • Published: Thursday, 02 April 2020 11:10
  • Written by tawee
  • Hits: 3296

Article Index

           ผ้าทอง จำนวน 2 ชิ้น คือ ผ้านุ่ง และผ้าสไบหรือผ้าสะพัก เป็นผ้าของเจ้าจอมเอี่ยม บุนนาค เป็นบุตรธิดาของท่านเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) อดีตเจ้าเมืองเพชรบุรี ซึ่งท่านเตรียมเอาไว้จะนำไปถวายให้เป็นผ้าสำหรับห่มพระประธานที่วัดอุทัยโพธาวาส จังหวัดเพชรบุรี มีความงดงามมาก ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

 


องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

          การห่มสะพัก เป็นรูปแบบการแต่งกายที่สะท้อนให้เห็นความปราณีตบรรจงของสตรีชาวสยามในอดีต โดยการห่มสะพัก หมายถึง การห่มผ้าทับลงไป บนสไบอีกชั้นหนึ่ง หรืออีกอย่างคือ การห่มทับลงไปบนเสื้อ ซึ่งผ้าที่ห่มจะไม่สัมผัสกับผิว จะเรียกว่า "ผ้าสะพัก" ทั่วไปแล้วสตรีชาววัง หรือที่เรียกว่าฝ่ายในจะห่มสะพัก ก็ต่อเมื่อเข้าร่วมในงานพระราชพิธีที่มีการแต่งกายเต็มยศเท่านั้น
          ผ้าสะพักมักนิยมใช้ผ้าตาดทอง ซึ่งเป็นผ้าที่ทอด้วยไหมกับเส้นทองที่เป็นแล่งหรือเป็นริ้วเล็กๆ ที่เรียกว่า "ตาดทอง" ถ้าเป็นเงินก็เรียกว่า "ตาดเงิน" และท้ายสุดผ้าสะพักก็ยังสามารถบ่งบอกถึงบรรดาศักดิ์ของคนผู้สวมใส่ได้อีกด้วย ห่มตาด คือ การนำสไบมาห่มที่ลำตัวแล้วทับด้วยผ้าสะพักตาดทองที่มีการปักประดับตกแต่งลายด้วยวัสดุและเทคนิคต่างๆ อีกชั้น เวลาเส้นโลหะดำเขาจะใช้สารไซยาไนช์มาถูขัดให้เงางามเหมือนใหม่
          "สะพัก" ในธรรมเนียมสมัยโบราณที่แสดงถึงความสุภาพต่อธารกำนัล เนื่องจากสมัยอดีตยังไม่มีชุดชั้นใน จึงใช้การห่มสไบมาปิดส่วนที่เป็นสำคัญ ห่มสไบเพียงชิ้นเดียวในการออกงาน จะถือว่าไม่มิดชิดและไม่สุภาพจึงห่มสะพักทับอีกชั้นนอกจากนี้การห่มผ้าสะพักยังแสดงถึงสถานะทางสังคมของผู้สวมใส่อีกด้วย


เจ้าจอมเอี่ยม

ความเป็นมาของผ้าทองเจ้าจอมเอี่ยม ในรัชกาลที่ 5

          แสนประเสริฐ ปานเนียม, (2563) กล่าวถึง ผ้าจำนวน 2 ชิ้น ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสตรีท่านหนึ่ง คือ ท่านเจ้าจอมเอี่ยม บุนนาค ท่านเป็นเจ้าจอมที่รู้จักกันในชื่อที่นิยมเรียกกันว่าเจ้าจอมก๊กออ ท่านเป็นบุตรธิดาของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเพชรบุรี ท่านเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ได้ถวายบุตรธิดาให้เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 จำนวนถึง 5 คน ซึ่งเรื่องของเจ้าจอมก๊กออ สามารถไปหาอ่านได้ในหนังสือที่ชื่อว่า “ย้อนรอยเจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่ 5” โดย ดร. กัณฑาฑิพย์ สิงหเนติ ซึ่งเล่มนี้กล่าวถึงเมืองเพชรบุรีไว้เยอะมากทีเดียว

          จะกล่าวถึงผ้า 2 ผืนที่อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นผ้าที่ครั้งหนึ่งทายาทของเจ้าจอมเอี่ยม บุนนาค หรือเจ้าจอมก๊กออ ได้เตรียมเอาไว้จะนำไปถวายให้เป็นผ้าสำหรับห่มพระประธานในพระอุโบสถที่วัดอุทัยโพธาวาส ที่อยู่ตรงข้ามกับเรือนจำจังหวัดเพชรบุรี เป็นวัดที่อยู่ในการอุปถัมภ์ของตระกูลของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ ซึ่งท่านผู้หญิงอู่ ซึ่งท่านเป็นภรรยาของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ท่านอุปถัมภ์วัดนี้อยู่ แล้วก็มีเรื่องราวปรากฏสืบมาว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดจะให้เชิญพระประธานในพระอุโบสถวัดอุทัยโพธาวาส ไปไว้ที่ระเบียงวัดเบญจมบพิตร แต่ว่าท่านผู้หญิงอู่ได้ขอเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมีประสงค์จะรวบรวมพระพุทธรูปที่งามต่าง ๆ แต่พระองค์นี้ก็อยู่ในอุปภัมภ์ของท่านและได้ขอเอาไว้ ก็เลยยังมีพระพุทธรูปองค์นี้อยู่ในจังหวัดเพชรบุรี 

          ทายาทของท่านเจ้าจอมเอี่ยมในชั้นหลัง น่าจะอยู่ประมาณ 20-30 ปีมาแล้ว ท่านจะถวายผ้านี้ บังเอิญว่ารู้จักกับท่านอดีตอธิการวิทยาลัยครูเพชรบุรี คือ ท่านอาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ ท่านก็บอกว่าถ้าหากเอาไปห่มพระก็ได้กุศล แต่ว่านานวันไปจะไม่มีคนดูแลรักษา อาจจะเสียหายได้ ท่านก็เลยขอมาเก็บไว้ที่ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี แล้วก็จัดแสดงบ้าง เข้าใจว่าในสมัยท่านอาจารย์สุนันท์ นีลพงศ์ ได้จัดแสดงบ้าง ต่อมามีการปรับสถานที่ ผ้านี้ก็ถูกเก็บ เมื่อผมไปเป็นรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ก็ไปสืบค้นข้อมูลแล้วก็ไปเจอผ้านี้เข้า ก็เลยส่งไปทำความสะอาดและรับการอนุรักษ์ โดยหน่วยวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ของกรมศิลปากร ซึ่งทำเรื่องจากมหาวิทยาลัยไปเลย ใช้เวลาในการทำการอนุรักษ์ประมาณปีกว่า จนวันหนึ่งเขาก็ติดต่อกลับมาว่าผ้านี้เสร็จแล้ว ก็ไปรับมา


ลักษณะของผ้าทอง

 

ผ้านุ่ง

          ผ้าสไบตาดปักดิ้นเงินรองด้วยแพรดอกจีน​ และผ้ายกทอง​ ทั้งสองชิ้นเป็นของเจ้าจอมเอี่ยม บาทบริจาริกาในรัชกาลที่​ 5 มีด้วยกัน 2 ผืน ผืนหนึ่งเป็นผ้านุ่งหรือผ้ายกทอง เป็นผ้าที่ทอด้วยไหมกับเส้นไหมที่เขาปั่นคั่วกับเส้นทองคำ น่าจะเป็นผ้าที่อยู่ในกลุ่มของผ้ายก หรืออาจจะเป็นผ้ายกจากอินเดีย คือทอแล้วก็ยกตอก ผืนนี้ก็สำคัญ เป็นผ้าที่ท่านเจ้าจอมเอี่ยมใช้นุ่งอยู่ ก็จะเห็นลาย เป็นผ้ายกทอลายสวยงามเลย ผืนนี้จะอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างชำรุด แต่ได้รับการอนุรักษ์แล้ว ทางกรมศิลปากรก็ดามข้างหลังเอาไว้ด้วยผ้าอีกชั้น 1 แล้วก็เย็บมาเป็นอย่างดี 

  

ผ้าสไบหรือผ้าสะพัก

          แต่ผ้าผืนที่น่าสนใจมาก ก็คือ ผ้าสไบตาดปักดิ้นเงินรองด้วยแพรดอกจีน ​เป็นผ้าสะพัก หรือบางคนอาจจะเรียกว่าผ้าทรงสะพัก เป็นแพรหรือสไบหนา ๆ ใช้สำหรับคลุมทับสไบชั้นในอีก 1 ครั้ง หรือว่าอาจจะใส่เสื้อ แล้วก็มีผ้าสไบนี้ห่มทับอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเจ้านายใช้ก็เรียกว่า ผ้าทรงสะพัก ผืนนี้สำคัญมากเพราะว่าได้แสดงฝีไม้ลายมือในการปัก แต่ว่าไม่แน่ใจว่าเจ้าจอมเอี่ยมจะเป็นผู้ปักเองหรือไม่ ไม่มีหลักฐานปรากฎ แต่สิ่งหนึ่งคือท่านเคยใช้ผ้าผืนนี้อยู่ ท่านตั้งใจจะนำมาห่มพระประธาน ด้านหลังเป็นแพรจีนสีแดง เป็นแพรดอก ก็คือเป็นการยกดอกจากเมืองจีน ด้านในต้องเป็นแพร เพราะว่ามันจะนิ่ม เนื่องจากว่าต้องสัมผัสกับตัว ส่วนตัวผืนผิวด้านหน้า จะเป็นผ้าที่เรียกว่าผ้าตาด ผ้าตาดเนี่ยมาจากอินเดีย ด้านหน้าผืนที่เป็นพื้นสีเหลืองเรียกว่า "ตาด"  คือ ผ้าที่ทอด้วยดิ้นด้วยเส้นเส้นไหมที่ปั่นคั่วกับเส้นทอง แล้วก็ยกดอกคล้าย ๆ ลายข้าวหลามตัด เสร็จแล้วเขาก็เอาดิ้นมาเดินเป็นลายต่าง ๆ บางจุดก็จะมักปักเลื่อมด้วย สวยมาก ผืนนี้ก็ได้รับการอนุรักษ์แล้วเช่นกัน จากหน่วยวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร จึงเป็นผ้ารองพื้นที่น่าสนใจมากสำหรับประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าจอมก๊กออ จากภาพจะเห็นได้ว่ามีทั้งเทคนิคการใช้ดิ้นแล้วก็ใช้เลื่อม ลวดลายที่ปรากฏ เป็นลายที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีความโดดเด่น แนวธรรมชาติ ตามแบบที่นิยมกันในศิลปะแบบยุโรป เป็นลายที่ปักลงไป


ในฐานะผู้ครอบครอง/ดูแล

          ปัจจุบันผ้าผืนนี้อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พอดีผมจะหมดวาระผู้อำนวยการสถาบันวิจัยฯ ในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563 ก็เป็นห่วงผ้า 2 ผืนนี้ ว่าต่อไป คนที่ไม่รู้จะเก็บรักษาไว้ไม่ดี ก็เลยส่งกลับคืนไปที่มหาวิทยาลัย แล้วก็ให้อธิการพิจารณาว่าหน่วยงานไหนที่จะเหมาะสม ก็คิดว่าสำนักวิทยบริการฯ น่าจะมีความเหมาะสม เพราะว่ามีสถานที่จัดแสดงที่รั้วรอบขอบชิด แล้วก็มีระบบความปลอดภัยที่ดี แต่ว่าทั้งนี้และทั้งนั้น ผ้า 2 ผืนนี้ คงจะไม่ใช่การจัดแสดงประเภทที่เอาใส่ตู้ ใส่ชั้น แล้ววางเฉย ๆ แต่ว่าน่าจะปรึกษากับผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องของการจัดแสดงในลักษณะมีตัวอุปกรณ์ครอบหรือว่าการจัดวางต่าง ๆ น่าจะมีความเหมาะสมในเชิงอนุรักษ์ ซึ่งก็มีท่านที่ทำงานด้านนี้อยู่เยอะ สามารถที่จะปรึกษาได้ คิดว่าอีกสักประมาณครึ่งปีผ้า 2 ผืนนี้น่าจะจัดแสดงได้ที่สำนักวิทยบริการฯ อย่างถาวร เพราะว่าท่านอธิการบดีก็มีนโยบายที่จะให้จัดแสดงที่นี่ แล้วก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอีกด้วย ในระหว่างนี้ก็ชมภาพกันไปก่อน เป็นผ้าที่สวยงามมากที่สุด ตัวผ้าที่เป็นตาดทองแต่ว่าดิ้นจะเป็นดิ้นเงิน เมื่อก่อนก็จะดำเลย แต่เขามีน้ำยาที่จะทำให้มันขาว 

 

ภาพผ้าทองที่อยู่ในห่อ มัดอย่างแน่นหนา


รายการอ้างอิง

  • แสนประเสริฐ ปานเนียม, (ผู้บรรยาย). (2563). การเสวนาเรื่อง ผ้าทองและการพัฒนาอัตลักษณ์ผ้าชาติพันธุ์ในจังหวัดเพชรบุรี. เพชรบุรี: [วีดีโอไฟล์] สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. 

วีดีโอบนยูทูบ

  • PBRU Channel. (2563). "ผ้าทอง" เจ้าจอมเอี่ยม ในรัชกาลที่ 5. (5 เม.ย. 63).

กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง